ทัวร์สวิส การเดินทางสู่ซูริคเมืองน่าเที่ยว

ขึ้นชื่อว่ามาทัวร์สวิสแล้ว ต้องบอกว่า เป็นประเทศติดอันดับต้นๆของประเทศในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวนักเดินทางที่ต่างมาทัวร์สวิสกันเลย เพราะประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามเหมือนต้องมนต์ มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย มีแหล่ช้อปปิ้งชั้นนำให้เหล่าขาช้อปได้ละลายเงินกันเพลิดเพลิน ครั้งนี้เราจะเดินทางไปยังเมืองซูริค เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์กัน ไปดูกันว่าในเมืองซูริคแห่งนี้ น่าสนใจและน่าดึงดูดใจให้มาทัวร์สวิสกันซักแค่ไหน
เริ่มจากสถานที่แรกในเมืองซูริค คือ

โบสถ์ฟราวมุนสเตอร์ โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 หรือประมาณปี ค.ศ. 853 โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องงามกระจกสีที่สวยงามโดดเด่น เป็นผลงานของศิลปินชื่อดังในอดีตอย่าง มาร์ค ชากัลล์ แถมยังมี ออร์แกนโบราณ ขนาดมหึมาใหญ่ยักษ์ที่อยู่ภายในโบสถ์อีกด้วย เนื่องด้วยโบสถ์แห่งนี้เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน ภาพสวยๆเลยอดกันไปตามระเบียบ แต่ก็เป็นการเก็บความทรงจำที่สวยงามอีกวิธีหนึ่ง มีความคลาสสิคดีนะส่วนสถานที่ต่อไปที่เราจะเดินทางทัวร์สวิส เมืองซูริคนั้น คือ

หอนาฬิกาแห่งโบสถ์ เซนต์ ปีเตอร์ ต้องบอกเลยว่าหอนาฬิกาแห่งนี้ จุดเด่นอยู่ตรงหน้าปัดนาฬิกาที่มีความใหญ่ที่สุดในพื้นทวีปยุโรปเลยทีเดียว โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 8.7 เมตรกันเลย แถมระฆังทั้ง 5 ใบที่ตีบอกเวลานั้นก็ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1880 นอกจากนี้โบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ยังเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ของเมืองด้วย ตัวอาคารนั้นได้รับการออกแบบตกแต่งงานสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกเป็นแนวโกธิคโบราณผสมบาโรคอีกต่างหาก
ใครที่ชื่นชอบความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบนี้ รับรองว่า 2 สถานที่ที่เราเดินทางมาทัวร์สวิส ณ เมืองซูริคจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

ลิลแฮมเมอร์ เมืองที่คุณจะหลงรักกับทัวร์สแกนดิเนเวีย

สำหรับการเดินทางมา Scandinavie Tour ครั้งนี้ ต้องบอกว่าน่าจะเป็นที่ถูกใจของหลายๆคนที่หลงรักธรรมชาติ เพราะเราจะพาท่านเดินทางทัวร์สแกนดิเนเวียไปรู้จักเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทะเลสาบ แม่น้ำ ภูเขา ที่สวยงามมากๆอย่างเมือง ลิลแฮมเมอร์ (Lillehammer) ที่ประเทศนอร์เวย์ ถ้าออกเสียงตามภาษานอร์วีเจียนจะอ่านว่า ลิลลี่ฮอมเมอร์ ท่านจะพบความความประทับใจแบบสุดๆเมื่อได้เห็นบรรยากาศของเมืองนี้ ตัวเมืองลิลแฮมเมอร์นั้นตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ Mjøsa มีแม่น้ำแตกสาขาออกมาจากทะเลสาบไหลผ่านตัวเมืองของลิลแฮมเมอร์ ทำให้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาทัวร์สแกนดิเนเวียแล้วได้สัมผัสกับความสวยงามต่างๆ นอกจากนี้ยังมีถนนสายเล็กๆที่ชื่อว่า  Storgata ถนนสายนี้มีชื่อเสียงและมีเรื่องเล่าขานในหมู่บ้านนักเดินทางที่อยากจะเดินทางมาสัมผัสกับ บ้านเรือนโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เลยล่ะ บ้านเรือนโบราณจะมีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นที่ตั้งเรียงรายตลอดสองฝากถนน โดยชันล่างของอาคารบ้านเรือนเหล่านี้นั้น เขาจะทำเป็นร้านค้าขายของท้องถิ่น ของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง ที่เชิญชวนให้นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์สแกนดิเนเวียแบบเราๆอดใจที่จะซื้อไม่ไหว แถมเมืองลิลแฮมเมอร์นั้นเป็นเมืองกีฬาฤดูหนาวที่เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์ด้วย และได้ถูกเลือกให้เป็นที่จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี1994 โดยด้านบนสุดของลานกระโดดสกีนั้น เราจะสามารถมองเห็นวิวของเมืองนี้ได้อย่างเต็มตา จึงทำให้เมืองนี้เป็นดั่งสวรรค์ของคนรักการเล่นสกีเลยล่ะ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีโบสถ์เก่าอายุกว่าหลายร้อยปีคือ โบสถ์ Garmo สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1150 ด้วยคงความงดงามในความวิจิตรในการแกะสลักลวดลายลงบนผนังและประตูโบสถ์โดยคงความเรียบง่าย แต่เพราะความเรียบง่ายนี่แหละที่ทำให้โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว จึงทำให้การมาทัวร์สแกนดิเนเวียไม่ควรพลาดที่จะแวะชมเมืองแห่งนี้

ตะลอนทัวร์อิตาลี ตอน 3 สัมผัสเมืองดังของโรมัน

ไปเมืองหลวงกรุงโรม เมืองแห่งความอลังการสิ่งก่อสร้างและความมหัศจรรย์ในความงดงามก็ไปมาแล้ว ไปเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโรแมนติกอย่างเมืองเวนิส และเมืองปิซ่าเราก็ไปมาแล้ว  แต่วันนี้เราได้จัดเตรียมชุดเด่นตัวเก่งมาสวมใส่เพื่อที่จะพาท่านตะลอนทัวร์อิตาลีไปในเมืองดังของเหล่าแฟชั่นนิตต้าทั่วโลก นั่นคือ

เมืองมิลาน

  • เมืองมิลาน ด้วยความที่เราเป็นแฟชั่นนิตต้าที่มีในตัวอยู่เต็มเปี่ยม เราบอกเลยว่าชุดที่สวมใส่ในครั้งนี้เตรียมมาเพื่อการตะลอนทัวร์อิตาลี ณ เมืองมิลานโดยเฉพาะมากๆ เพราะอะไรทำไมถึงต้องจัดเต็มขนาดนี้นะหรอ?? เพราะว่า เมืองมิลาน แห่งนี้ เขาได้ชื่อว่า เป็นเมืองแห่งแฟชั่นของโลก เลยน่ะซิ เท่านี้มันยังไม่พอที่ได้เป็นเมืองที่ดังระดับโลก แต่ที่เมืองมิลานนี้ยังถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งอีกด้วย ทั้งยังมีทีมฟุตบอลชั้นนำชื่อดังของยุโรป อีกทั้งยังมีโรงละครโอเปร่าที่เรียกได้ว่า ดังระดับโลก คือ “La Scala” ไม่ว่าใครที่นิยมชมชอบในการชมละครโอเปร่าหรือเรียนขับร้องโอเปร่า ขอบอกว่าต้องไม่พลาดเมืองมิลานแห่งนี้แน่นอน  การตะลอนทัวร์อิตาลี ณ เมืองมิลาน ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเมืองนี้ยังมีศูนย์การค้าสุดหรู Galleria Vittorio Emanuele ให้เหล่านักช้อบปิ้งทั้งหลายได้มาละลายทรัพย์อีกตังหาก และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบจิตรกรรมภาพวาด เมืองมิลานแห่งนี้ ท่านไม่ควรพลาดที่ได้ชมความงามของ “ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper)” ซึ่งวาดโดยจิตรกรชื่อดังก้องโลก อย่าง “ลีโอนาร์โด ดา วินชี” คุณสามารถชมภาพนี้ได้ที่  โบสถ์ซานตามาเรีย  เดลเล กราเซีย ณ เมืองมิลาน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการตะลอนทัวร์อิตาลี ในการมาสัมผัสเมืองดังระดับโลกครั้งนี้  คงเข้าใจกันแล้วล่ะซิว่า ทำไมเราถึงจัดเต็มกับการมาเยือนเมืองมิลาน เมืองที่รวมทั้งศิลปะ และการช้อปปิ้งไว้ในเมืองเดียว

ขอขอบคุณ : ข้อมูล Italy Tour จากบริษัท Unity2000Tour

สัญลักษณ์แห่งทัวร์ฝรั่งเศส

หากตั้งคำถามว่า ทัวร์ฝรั่งเศส สิ่งแรกๆที่เราคิดถึง คืออะไรหนอ

เรียกได้ว่า หากได้มาเยี่ยมเยือนประเทศฝรั่งเศสหรือมีโอกาสไปทัวร์ฝรั่งเศส แล้วล่ะก็ไม่มีใครพลาดในการถ่ายรูปคู่กับ หอไอเฟล สัญลักษณ์ของประเทศนี้กลับไปอวดเพื่อนๆหรือครอบครัวกันอย่างแน่นอน เพราะหากไม่ถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟลนั้นถือว่ามาไม่ถึงประเทศฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้  ก่อนที่จะตะลอนทัวร์ฝรั่งเศส เรามาทำความรู้จักกับสัญลักษณ์แห่งประเทศนี้กันก่อนดีกว่า หอไอเฟล เป็นหอคอยที่สร้างจากโครงเหล็ก สูงถึง 300 เมตร ตั้งอยู่ที่ถนน ชองป์ เดอ มารส์ แถวๆบริเวณแม่น้ำแซนด์ในกรุงปารีส หอไอเฟล ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ คือ กุสตาฟ ไอเฟล เป็นวิศวกรและสถาปนิกชาวฝรั่งเศสแถมยังได้รับการยอย่องว่าเป็นปรมาจารย์ในการก่อสร้างด้วยเหล็กอีกด้วย โครงสร้างของหอไอเฟล เป็นหอเปลือย ไม่มีจำนวนชั้น และสามารถแกว่งตัวตามแรงลมได้ถึง 6 – 7 เซ็นติเมตรได้อีกด้วย ในสมัยนั้น หอไอเฟลถูกวิจารณ์อย่างหนักจากวิศวกร สถาปนิก และนักศิลปะในทางที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก เนื่องจากลักษณะการออกแบบผิดแปลกไปจากสิ่งก่อสร้างเดิมๆทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นงานศิลปะที่ไม่มีความเป็นศิลปะเลย ถึงกับถูกประนามว่าเป็น ความอัปลักษณ์ของเมืองปารีสเลยล่ะ (นี่ขนาดโดนประนามเราก็ยังอยากไปทัวร์ฝรั่งเศสอยู่ดี) แต่อย่างไรก็ตามกุสตาฟก็ก่อสร้างจนสำเร็จและได้ขึ้นบันไดถึง 1,710 ขั้นเพื่อนำธงชาติฝรั่งเศสไปประดับบนยอดหอไอเฟลให้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองปารีส ต่อมารัฐบาลนำหอไอเฟลมาใช้เป็นที่รับส่งสัญญาณ และต่อมาได้สร้างเป็นศูนย์วิทยุรับส่งสัญญาณเปิดใช้งานจนถึงปัจจุบัน จนทำให้ฝรั่งเศสมี หอไอเฟล เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกยาวนานถึง 40 กว่าปีแถมเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย หากมีโอกาสได้เที่ยวสักครั้งการไปทัวร์ฝรั่งเศสก็เป็นตัวเลือกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง และคุณอาจจะเลือกบริษัททัวร์ดีๆ ที่เป็นทัวร์ยุโรปมืออาชีพในการพาคุณไป หรือคุณค้นหาโปรแกรมทัวร์ยุโรป จาก Unity2000tourไว้เป็นข้อมูลก่อนเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการท่องเที่ยวในครั้งนี้

 

ทัวร์ยุโรป อาหารฝรั่งเศสน่ากิน

ทัวร์ยุโรป อาหารฝรั่งเศส เมนูน่ากิน

หากใครมาเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแล้ว สิ่งที่ขึ้นชื่อทีสุดของฝรั่งเศสในยุโรป ฝรั่งเศส ยังชื่อว่า เป็นประเทศที่อาหารอร่อยที่สุดในยุโรปอีกด้วย เพราะมีเชฟที่มีฝีมือดี คุณภาพ ส่วนผสมของอาหารฝรั่งเศสนั้น เป็นอันดับต้นๆของโลก

เรามาดูกันดีกว่า อาหารฝรั่งเศสมีอะไรน่าทานบ้าง

  1. มาการง (macaron) มักอ่านกันผิด  ซึ่งช่วงนี้ เมืองไทยกำลังฮิตก็ว่าได้ ใครที่ถ่ายขนมชนิดนี้ อัพขึ้น Facebook , IG ละก็ นับว่าเป็นของเสริมหน้าตาเลยทีเดียว เพราะมีสีสันสดใส  เป็นขนมหวานที่ได้จากการผสมเมอแร็งก์กับไข่ขาว,น้ำตาลไอซิ่ง, น้ำตาลทรายขาว, ผงแอลมอนด์ห  และสีผสมอาหาร หลากหลายสีสันรูปร่างเหมือนเบอร์เกอร์กลมๆ  เป็นขนมปังสองชิ้นประกบกัน มีสอดไส้ตรงกลาง ส่วนไส้มักจะเป็นกานัช, บัตเตอร์ครีม หรือแยม โดยคำว่า มาการง แผลงมาจากคำในภาษาอิตาลีว่า macarone, maccarone หรือ maccherone, ซึ่งก็คือ เมอแร็งก์สไตล์ อิตาลี มาการงจะกรอบๆลักษณะคล้ายคุกกี้ ผิวด้านบนของขนมจะเรียบ ขอบรอบ ๆ เป็นรอยหยัก (ขนมจะนุ่มชุ่มเล็กน้อยและละลายง่าย คนส่วนใหญ่มักจะสับสนระหว่างมาการงกับแมคารูน (macaroon)  โดยคำว่า แมคารูน เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลมาจากคำว่า มาการง ในภาษาฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นชื่อทั้งสองชื่อนี้มีความหมายเรียกขนมแบบเดียวกัน หากใครทัวร์ยุโรปแล้ว อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือ มาการงต้นตำรับของฝรั่งเศสละ จะได้รู้ว่า ของแท้รสชาติเป็นอย่างไร
  2. คร็อก-เมอซีเยอ (croque-monsieur) เป็นแซนด์วิชไส้เนยแข็งและแฮมที่นำไปอบในเตาอบหรือนาบบนกระทะให้ผิวกรอบและเป็นสีน้ำตาล คร็อก-เมอซีเยอแบบที่เสิร์ฟโดยมีไข่ดาวหรือไข่ดาวน้ำวางอยู่ข้างบนสุดจะเรียกว่า คร็อก-มาดาม (croque-madame)  บางเขตในแคว้นนอร์ม็องดีเรียกว่า “ครอกาเชอวาล” (croque-à-cheval)”คร็อก-เมอซีเยอ” มาจากคำกริยา croquer (แปลว่า “เคี้ยวกร้วม ๆ”) ประสมกับคำนาม monsieur ที่แปลว่า “นาย” หรือ “คุณ” ที่เป็นคำนำหน้าชื่อบุรุษ เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดจากอาหารว่างที่เสิร์ฟในร้านเครื่องดื่มและบาร์ของประเทศฝรั่งเศส มักเป็นรายการของอาหารในร้านกาแฟของฝรั่งเศส  มาทัวร์ยุโรปแล้ว ลองหาทานดูก็ไม่เลว
  3. แครมบรูว์เล หรือที่เราเรียกว่า Crumble (crème brûlée) แปลว่า ครีมที่ถูกเผาไหม้ เป็นของหวานชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยคัสตาร์ดด้านล่าง ด้านบนเป็นชั้นคาราเมลแข็งซึ่งได้จากการเผาไหม้ของน้ำตาล เสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง  ในเมืองไทยก็มีขนมชนิดนี้ขายในร้านกาแฟแบรนด์เนมเช่นกัน ด้านบนจะไหม้ ๆ ด้านล่างจะเป็นคัสตาร์ดนุ่มๆ แครมบรูว์เลมักเสิร์ฟด้วยถ้วยเซรามิก โดยอาจเตรียมชั้นคาราเมลแยกไว้ก่อนแล้วนำมาจัดวางบนส่วนคัสตาร์ดเมื่อจะเสิร์ฟ หรืออาจทำชั้นคาราเมลบนส่วนคัสตาร์ดโดยตรงก่อนเสิร์ฟเลยก็ได้  โดยโรยน้ำตาลลงบนผิวหน้าคัสตาร์ดให้ทั่ว แล้วเผาให้ไหม้ละลายจนมีสีน้ำตาลโดยใช้ความร้อนจากเตาหรือเครื่องพ่นไฟเล็ก ๆ จากนั้นจึงปล่อยให้คาราเมลแข็งตัว
  4. ราตาตูย (Ratatouille) เป็นอาหารพื้นเมืองของทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยมีลักษณะเป็นสตูผัก มีต้นกำเนิดมาจากเมืองนิส อาหารชนิดนี้มีชื่อเต็มว่าราตาตูยนีซวซ (ratatouille niçoise)

คำว่า ratatouille มาจากคำในภาษาอ็อกซิตันว่า ราตาตูลยา (ratatolha) มักจะทำในหน้าร้อนโดยใช้ผักในฤดูร้อน ราตาตูลยาสูตรดั้งเดิมจากจะใช้เพียงแค่ซุกกีนี มะเขือเทศ พริกหยวกแดงและเขียว หัวหอม และกระเทียม แต่ราตาตูยในปัจจุบันจะมีการใส่มะเขือลงไปในส่วนผสมด้วย ปกติอาหารชนิดนี้จะเสิร์ฟเป็นอาหารข้างเคียงกับอาหารหลัก หรือบางครั้งก็เสิร์ฟเป็นอาหารหลักบนโต๊ะอาหาร ใครมาทัวร์ยุโรป น่าจะลองมาลิ้มลองดู ก็ไม่เลว

 

ขอขอบคุณข้อมูล ทัวร์ยุโรป และ ทัวร์ต่างประเทศ 2559 จาก “ Unity2000Tour